คณะกรรมการสภามหาวิทยาลัย

140x140
ศ.เกียรติคุณ คุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ
นายกสภามหาวิทยาลัยพะเยา
140x140
ดร.พรชัย นุชสุวรรณ
อุปนายกสภามหาวิทยาลัยพะเยา
140x140
ดร.สมนึก พิมลเสถียร
กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ
140x140
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงค์
กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ
140x140
ศ.เกียรติคุณ ดร.สุมนต์ สกลไชย
กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ
140x140
นายอรรถพล ใหญ่สว่าง
กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ
140x140
รศ.ดร.เทพ พงษ์พานิช
กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ
140x140
นายอนุชาติ คงมาลัย
กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ
140x140
นายนคร ศิลปอาชา
กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ
140x140
ศ.ดร.สนิท อักษรแก้ว
กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ
140x140
นายวีระ โรจน์พจนรัตน์
กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ
140x140
นายแพทย์ธวัช สุนทราจารย์
กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ
140x140
ศ. นายแพทย์บุญชอบ พงษ์พาณิชย์
กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ
140x140
นายสมชาย เบญจรงคกุล
กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ
140x140
รศ.ดร.ชวนี ทองโรจน์
กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ
140x140
นายอานุภาพ จามิกรณ์
ประธานกรรมการส่งเสริมกิจการ ม.พะเยา
140x140
ศ.(พิเศษ) ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี
อธิการบดีมหาวิทยาลัยพะเยา
140x140
ผศ.ดร.ณัฐพงศ์ ดำรงวิริยะนุภาพ
กรรมการสภามหาวิทยาลัยประเภทอาจารย์
140x140
ผศ.ดร.สมบูรณ์ เซี่ยงฉิน
กรรมการสภามหาวิทยาลัยประเภทอาจารย์
140x140
ผศ.ดร.บุหรัน พันธุ์สวรรค์
ประธานสภาพนักงาน
140x140
อาจารย์ ดร.สำราญ ทองแพง
เลขานุการสภามหาวิทยาลัย
140x140
ผศ.ดร.วิบูลย์ วัฒนาธร
ผู้ช่วยเลขานุการสภามหาวิทยาลัย
140x140
รศ.ดร.สุภกร พงศบางโพธิ์
ผู้ช่วยเลขานุการสภามหาวิทยาลัย
140x140
รศ.ดร.ชาลี ทองเรือง
ผู้ช่วยเลขานุการสภามหาวิทยาลัย
140x140
นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ
ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยาที่ปรึกษา

ประวัติและผลงาน


140x140

 

ชื่อ-นามสกุล
ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี
เชื้อชาติ ไทย  สัญชาติ ไทย  ศาสนา พุทธ
เกิดเมื่อ
29 เดือน ธันวาคม พ.ศ. 2490
สถานที่เกิด
กรุงเทพมหานคร
ตำแหน่งทางวิชาการ
ศาสตราจารย์พิเศษ
อาชีพ
ข้าราชการบำนาญ
สถานที่ทำงาน
มหาวิทยาลัยพะเยา
โทรศัพท์
0-5446-6666 ต่อ 1088

 

คู่สมรส
ดร.มัทนี สงวนเสริมศรี
เชื้อชาติ ไทย  สัญชาติ ไทย  ศาสนา พุทธ
ตำแหน่งทางวิชาการ
รองศาสตราจารย์
อาชีพ
ข้าราชการ
สถานศึกษา ปีที่สำเร็จการศึกษา วุฒิการศึกษาและสาขาวิชาเอก
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2515 เภสัชศาสตรบัณฑิต (ภ.บ.)
มหาวิทยาลัยมหิดล 2519 วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (วท.ม) ชีวเคมี
มหาวิทยาลัย Cambridge ประเทศอังกฤษ 2523 Master of Philosophy (M.Phil) ชีวเคมี
มหาวิทยาลัย Cambridge ประเทศอังกฤษ 2525 Doctor of Philosophy (Ph.D) ชีวเคมี
วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.40) 2541 ปริญญาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร
ตำแหน่ง เริ่มต้น-สิ้นสุด
อาจารย์โท ภาควิชาชีวเคมี คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2519-2526
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ระดับ 8 สาขาชีวเคมี คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2526-2529
รองศาสตราจารย์ระดับ 9 คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2529-2537
รองศาสตราจารย์ระดับ 9 คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร 2538-2549
รองศาสตราจารย์ระดับ 10 คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร 2550-2551

# ตำแหน่ง สถานที่ทำงาน ช่วง พ.ศ.ที่ทำงาน ลักษณะงาน(วิชาการ/บริหาร/บริการ)
1 รองคณบดีฝ่ายวิชาการคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2533-2534 บริหาร/วิชาการ
2 รักษาการคณบดีคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2533-2534 บริหาร/วิชาการ
3 ผู้ประสานงานโครงการจัดตั้งคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร 2534-2535 บริหาร/วิชาการ
4 ผู้อำนวยการสำนักงานโครงการจัดตั้งคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร 2535-2536 บริหาร/วิชาการ
5 รักษาการในตำแหน่งคณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร 2536-2537 บริหาร/วิชาการ
6 คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร 2538-2544 บริหาร/วิชาการ
7 กรรมการสภามหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยนเรศวร 2536-2552 บริหาร
8 คณะอนุกรรมการโครงการจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยนเรศวร 2537-2538 บริหาร
9 คณะอนุกรรมการโครงการจัดตั้งคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยนเรศวร 2538-2539 บริหาร
10 คณะอนุกรรมการโครงการจัดตั้งคณะทันตแพทยศาสตร์ และคณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยนเรศวร 2539-2541 บริหาร
11 ผู้อำนวยการโครงการจัดตั้งคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยนเรศวร 2539- 2541 บริหาร/วิชาการ
12 ผู้อำนวยการสำนักงาน โครงการจัดตั้งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง 2541 บริหาร/วิชาการ
13 รักษาการในตำแหน่งรองอธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง 2542-2543 บริหาร/วิชาการ
14 กรรมการสภาเภสัชกรรม 2541-2542 บริหาร
15 อธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยนเรศวร 2544 – 2552 (19 ม.ค. 2552) บริหาร
16 คณะกรรมการสภาวิจัยแห่งชาติ สาขาวิทยาศาสตร์เคมีและเภสัช 2545-ปัจจุบัน วิชาการ/บริหาร
17 รองประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่ง ประเทศไทย (ทปอ.) 2546 บริหาร
18 กรรมการ อ.ก.ม.วิสามัญเกี่ยวกับกฎหมาย การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ 2546-2547 บริหาร
19 คณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) 2547-2551 บริหาร
20 คณะกรรมการการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) 2548-ปัจจุบัน บริหาร
21 คณะกรรมการการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) 2549-2550 บริหาร/บริการ
22 ประธานคณะกรรมการ Admissions and Assessment Forum 2550-2553 บริหาร
23 รองประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) 2550 บริหาร
24 ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) 2551 บริหาร
25 ประธานกรรมการโครงการจัดตั้งคณะ เภสัชศาสตร์ และร่างหลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยบูรพา 2552 – 2553 (มิ.ย.52-ก.พ.53) บริหาร
26 ที่ปรึกษาคณะกรรมการอำนวยการมหาวิทยาลัยนเรศวร พะเยา 2552 -2553 บริหาร
27 ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ..... 2552 บริหาร
28 นายกสมาคมที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) 2552 – 2553 (ม.ค.52-มิ.ย.53)
29 ผู้แทนมหาวิทยาลัยนเรศวร เข้าร่วมชี้แจงต่อคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อตรวจพิจารณาร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ. ...... 2552-2553 (ก.ย. 52–ม.ค.53) บริหาร
30 รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ. ....(สภาผู้แทนราษฎร) 2553 (ก.พ.–เม.ย.) บริหาร
31 รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ. ....(วุฒิสภา) 2553 (เม.ย.–พ.ค.) บริหาร
32 รักษาการเลขาธิการที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ทปอ. 2553 (ก.พ.–พ.ค.) บริหาร
33 อธิการบดีมหาวิทยาลัยพะเยา มหาวิทยาลัยพะเยา ได้รับโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2553 บริหาร
34 ได้รับการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง ให้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์พิเศษ สาขาวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม 2552 - ประกาศจากสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2553 วิชาการ
35 ประธานกรรมการพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษา สมศ. 2554 (14 ก.พ.54) บริหาร
36 คณะกรรมการบริหาร สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(องค์การมหาชน)(สมศ.) สมศ. 2554 (มี.ค.54-มี.ค.56) บริหาร
37 อนุกรรมการส่งเสริมการจัดการเรียนการ สอนแนวศิลปวิทยาศาสตร์ (Liberal Arts Education) สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา 2554 (4 พ.ค.54 - 4 พ.ค.56) บริหาร
38 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการสภาการศึกษา ด้านการศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัย สำนักงานเลขาธิการ สภาการศึกษา 2555 (24 เม.ย. 2555 - ปัจจุบัน) บริหาร
39 รองประธานคณะอนุกรรมการสภาการศึกษา ด้านการบริหารและกระจายอำนาจทางการศึกษา สำนักงานเลขาธิการ สภาการศึกษา 2555 (18 ก.ค. 2555 - ปัจจุบัน) บริหาร
40 รักษาการในตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร สมศ. สมศ. 2555(25 ก.ค.55 - ก.ค.56) บริหาร
41 ประธานกรรมการบริหาร สมศ. สมศ. 2556(ก.ค. 2556 – ปัจจุบัน) บริหาร
42 อธิการบดีมหาวิทยาลัยพะเยา มหาวิทยาลัยพะเยา 2558(1 ต.ค.58 – 29 มี.ค.59) บริหาร
43 รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยพะเยา มหาวิทยาลัยพะเยา 2558(1 ต.ค.58 – 29 มี.ค.59) บริหาร

             ในช่วงเวลาที่ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยพะเยา ได้เดินทางไปศึกษาดูงาน และลงนามความร่วมมือในด้านวิชาการกับมหาวิทยาลัย และหน่วยงานต่างๆในต่างประเทศ โดยอาศัยงบประมาณของมหาวิทยาลัย และหน่วยงานผู้เชิญ (ข้อมูลในช่วงปี พ.ศ. 2553 – ปัจจุบัน) ดังนี้
# วันที่ ประเทศ วัตถุประสงค์/การดำเนินงาน
1 5 – 13 กันยายน 2553 ประเทศสหรัฐอเมริกา เข้าร่วมโครงการ “การประชุมความร่วมมือทางวิชาการ เรื่อง การจัดการเรียนการสอนแนวศิลปวิทยาศาสตร์ (Liberal Arts Education) ณ Claremont McKenna College , Pomona College และ The University of California at Berkeley ร่วมกับคณะกรรมการการอุดมศึกษา
2 1 – 5 สิงหาคม 2554 สาธารณรัฐประชาชนจีน เดินทางไปศึกษาดูงานทางด้านการแพทย์แผนจีน ณ โรงพยาบาลแพทย์แผนจีน (Yunnan Traditional Chinese Medicine Hospital) สถาบันแพทยศาสตร์ คุนหมิง (Yunnan University of Traditional Chinese Medicine Kunming) และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สมุนไพรแห่งจีน (Chinese Academy of Sciences ร่วมกับคณะกรรมการสภาวิจัยแห่งชาติ สาขาวิทยาศาสตร์เคมีและเภสัช
3 28 – 29 กุมภาพันธ์ 2555 ประเทศกัมพูชา เข้าร่วมประชุม Asia-Pacific Quality Network (APQN) Conference 2012 ณ เมืองเสียมราฐ ร่วมกับคณะกรรมการฯและคณะผู้บริหารของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) – สมศ.
4 16 – 20 เมษายน 2555 ประเทศออสเตรเลีย เข้าร่วมประชุม INQAAHE Forum : The Future of External Quality Assurance ณ เมืองเมลเบิร์น ร่วมกับคณะกรรมการฯและคณะผู้บริหารของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) – สมศ.
5 18 – 19 มิถุนายน 2555 ประเทศไต้หวัน เดินทางไปศึกษาดูงานและร่วมลงนามความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อพัฒนาการจัดการทางด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ระหว่าง มหาวิทยาลัยพะเยา และ Chia-Nan University of Pharmacy and Science (CNU)
6 15 – 19 ตุลาคม 2555 ประเทศญี่ปุ่น เข้าร่วมประชุม The 26th Annjual Conference of Asian Association of Open Universities ณ International Conference Hall of Makuhari Messe เมืองชิบะ ร่วมกับคณะกรรมการฯและคณะผู้บริหารของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) – สมศ.
7 11 – 20 ธันวาคม 2555 ประเทศอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน และสวิตเซอร์แลนด์ เดินทางไปศึกษาดูงานและเจรจาความร่วมมือทางวิชาการร่วมกับมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ในปี 2556 ร่วมกับคณะผู้บริหารของมหาวิทยาลัยพะเยา
8 27 เมษายน – 1 พฤษภาคม 2556 ราชอาณาจักรเบลเยี่ยม เข้าร่วมประชุม The 5th Annual International Symposium on University Rankings and Quality Assurance ณ กรุงบรัสเซลล์ ร่วมกับคณะกรรมการฯและคณะผู้บริหารของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) – สมศ.
9 5 – 12 พฤษภาคม 2556 สาธารณรัฐประชาชนจีน เดินทางไปศึกษาดูงานการจัดการศึกษา หลักสูตรการแพทย์แผนจีนบัณฑิต ณ มหาวิทยาลัยแพทย์แผนจีนกวางสี และมหาวิทยาลัยครูไหหลำ ร่วมกับคณะผู้บริหารของมหาวิทยาลัยพะเยา
10 18 – 22 กันยายน 2556 ประเทศอังกฤษ เข้าร่วมประชุมความร่วมมือโครงการ 1 ช่วย 9 กับหน่วยงาน CfBT Education Trust เพื่อขยายเครือข่ายห่วงโซ่คุณภาพการศึกษาด้วยการเชิญสถานศึกษาประเทศอังกฤษ เข้าร่วมโครงการในฐานะสถานศึกษาแกนนำที่จะส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กระบวนการ บริหารจัดการสถานศึกษาของประเทศอังกฤษและประเทศไทย ณ กรุงลอนดอน ร่วมกับคณะกรรมการฯและคณะผู้บริหารของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) – สมศ.
11 15 – 27 เมษายน 2557 ประเทศสหรัฐอเมริกา เดินทางไปศึกษาดูงานด้านการแพทย์และโรงพยาบาล ณ University of Illinois Hospital & Heailh Sciences System ณ เมือง Chicago รัฐ Illinois และ ศึกษาดูงานด้านการจัดการเรียนการสอนของคณะเภสัชศาสตร์ ณUniversity of Maryland of Baltimore and Health Science Center
12 24 – 29 มิถุนายน 2557 ราชอาณาจักรเบลเยี่ยม เข้าร่วมประชุม The 6th Annual International Symposium on University Rankings and Quality Assurance ณ กรุงบรัสเซลล์ ร่วมกับคณะกรรมการฯและคณะผู้บริหารของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) – สมศ.
13 21 – 25 มีนาคม 2558 สาธารณรัฐประชาชนจีน เดินทางไปร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางด้านวิชาการ ในด้านการผลิตแพทย์แผนจีน ระหว่างมหาวิทยาลัยพะเยา กับมหาวิทยาลัยแพทย์แผนจีนกวางโจว ณ Guangzhou University of Chinese, สาธารณรัฐประชาชนจีน
14 27 มีนาคม – 4 เมษายน 2558 ประเทศสหรัฐอเมริกา เข้าร่วมสัมมนาของเครือข่าย “The International Network for Quality Assurance Agencies in Higher Education (INQAAHE)” หัวข้อ Changing Landscape of Higher Education : New Demands on Quality Assurance ณ กรุงชิคาโก สหรัฐอเมริกา ร่วมกับคณะกรรมการฯและคณะผู้บริหารของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) – สมศ.

ผลงานวิจัย
              1. Bendall, D.S., Sanguansermsri, M., Girard-Bascou, J. and Bennoun, P. (1986) Mutations of Chlamydomonas reinhardtii affecting the cytochrome bf complex. FEBS Lett. 203, 31-35.
             การอธิบายถึงการค้นพบองค์ประกอบ cytochrome bf complex ในสาหร่าย Chlamydomonas reinhardtii โดย cytochrome bf complex จะปรากฏใน Thylakoid ของ Chloroplast ของสาหร่ายชนิดนี้ เช่นเดียวกับพืชชั้นสูง แสดงว่า cytochrome bf complex ต้องเป็นองค์ประกอบหนึ่งของการขนส่งอิเล็กตรอนในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง หรือ Photosynthesis อันนำไปสู่ความเข้าใจของกระบวนการนี้มากขึ้น

             2. Rolfe, S.A., Sanguansermsri, M. and Bendall, D.S. (1987) Cytochrome b-560, a new component of thylakoid membranes. Biochim. Biophys. Acta 894, 434-442.
             เป็นการค้นพบ cytochrome ตัวใหม่ คือ cytochrome b-560 การค้นพบนี้แสดงว่า ใน thylakoid ของ chloroplast ยังมี cytochrome อื่นๆอีก นอกเหนือจากที่มีผู้ค้นพบมาแล้ว แต่หน้าที่ ในกระบวนการขนส่งอิเล็กตรอนของการสังเคราะห์ด้วยแสง (Photosynthesis) ของ Cytochrome b-560 ยังไม่ทราบแน่ชัด

             3. Sanguansermsri, M., Sripalakit, P. and Saraphanchotiwitthaya, A.(1998). “Doctor of Pharmacy Program.” Naresuan University Journal, 6(2): 94-103.
             การอธิบายให้เห็นถึงหลักสูตร 6 ปีทางเภสัชศาสตร์ (Doctor of pharmacy) ที่มีขึ้นใหม่ ในประเทศไทย โดยแสดงองค์ประกอบของหลักสูตรที่ต่างจากหลักสูตรเภสัชศาสตร์ 5 ปีเดิม ซึ่งเน้นการผลิตยาเป็นส่วนใหญ่ แต่หลักสูตร 6 ปีทางเภสัชศาสตร์ จะเพิ่มการเรียนการสอนด้าน Clinic มากขึ้น และเน้นการปฏิบัติงานจริงบนหอผู้ป่วยอีก 1 ปี ทำให้การดูแลและการให้ยาของแพทย์ต่อผู้ป่วย ตลอดจนคำแนะนำที่ผู้ป่วยจะได้รับจากเภสัชกรในเรื่องการใช้ยา และขนาดของยาที่จะได้รับมีความชัดเจน เนื่องจากแพทย์และเภสัชกรทำงานร่วมกัน อีกทั้งการให้ยาของแพทย์ จะมีความถูกต้องแม่นยำขึ้น กว่าอดีตที่ผ่านมา

             4. Wattanatorn, W., Tananithisak, C., Somsiri, A., Meepadung, J., Pongwilairat, N., Thalairam, W., Saethen, W., Polnok, A. and Sanguansermsri, M. (2001). Therapeutic monitoring of phenytoin at buddhachinaraj hospital. Naresuan University Journal. 8(1).38-41.
             โครงการวิจัยการติดตามการให้ยา phenytoin (ชื่อทางการค้า คือ Dilantin)เป็นยาบำบัดอาการชักชนิดต่างๆ ออกฤทธิ์ที่สมองและระบบประสาท การทดลองได้ดำเนินการบนหอผู้ป่วย ในโรงพยาบาลพุทธชินราช จังหวัดพิษณุโลก เป็นงานวิจัยของเภสัชกรในการติดตามยา phenytoin บนหอผู้ป่วย เพื่อดูเภสัชจลนศาสตร์(Pharmacokinetics)ของยาต่อผู้ป่วย ทำให้การควบคุมขนาดของยาให้ได้ผล มีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากเป็นยาอันตรายซึ่งมีผลต่อการทำงานของสมองต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
             นับเป็นก้าวใหม่สำหรับบทบาทของเภสัชกรที่จะมีในอนาคต เนื่องจากมียาหลายชนิด โดยการตอบสนองของยาต่อผู้ป่วยจะแปรผันตามน้ำหนัก เพศ และเชื้อชาติ ซึ่งในอดีตได้มีการคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้น้อยมาก ซึ่งผลที่ตามมาอาจจะมีอันตรายจาการใช้ยาและโรคที่เกิดจากยา

             5. Mahadtanapuk, S., Topoonyanont, N., Handa, T., Sanguansermsri, M. and Anuntalabhochai, S.(2006) Genetic transformation of Curcuma alismatifolia Gagnep. using retarded shoots. Plant Biotechnology 23,233-237.
             การศึกษาการส่งถ่ายยีนเข้าสู่พืช โดยอาศัยหลักการนำแบคทีเรีย และนำยีนที่ต้องการสอดใส่เข้าในแบคทีเรีย แบคทีเรียจะส่งถ่ายยีนเข้าไปในยีนของพืชอีกครั้งหนึ่ง เมื่อมีการส่งถ่ายยีนแล้ว จึงนำเนื้อเยื่อของพืชเหล่านั้นมาเพาะเลี้ยงจนเป็นต้นพืชต่อไป ซึ่งต้นพืชจะมียีนที่ต้องการ ถือเป็นการบุกเบิกด้านชีวเคมี สำหรับการทดลองในครั้งนี้ ได้นำต้นพืชปทุมมา (Curcuma alismatifolia Gagnep) ซึ่งเป็นพืช ให้ดอก และปัจจุบันเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดหนึ่ง การทดลองครั้งนี้ประสบความสำเร็จในการสอดแทรกยีน ที่ต้องการเข้าสู่ยีนของต้นปทุมมาสำเร็จ โดยการนำยอดของดอกปทุมมา มากระตุ้นด้วยสาร Hormone พืช จากนั้นนำไปเพาะเลี้ยงร่วมกับแบคทีเรียที่สอดใส่ยีนที่ต้องการ แล้วภายหลังการตรวจสอบพบว่า เซลล์ใหม่ ที่จะเกิดเป็นต้นปทุมมา ที่มียีนที่ต้องการสอดแทรกอยู่ ดังนั้น การวิจัยครั้งนี้ถือว่าเป็นงานวิจัยที่สำคัญ ในการศึกษาวิธีการสอดแทรกยีนชนิดอื่นเข้าไปในพืช

             6. Anuntalabhochai, S., Sitthiporm, S., Thongtaksin, W., Sanguansermsri, M. and Culter, R.W. (2007) Hybrid detection and characterization of Curcuma spp. using sequence characterized DNA markers. Scientia Horticulturae 111,389-393.
             เป็นการศึกษายีนของกลุ่มพืชขิง ข่า (Curcuma spp) เพื่อการเปรียบเทียบสายพันธุ์ต่างๆ โดยใช้การทำ finger print ของกลุ่มพืชกลุ่มนี้ แล้วนำ finger print ที่ได้ไปหา Marker DNA เป็นประโยชน์ในการตรวจสายพันธุ์ของพืชตระกูลขิง ข่า เพื่อเป็นพื้นฐานทำงานวิจัยต่อในอนาคตสำหรับกำหนดสายพันธุ์ใหม่

             7. Mahadtanapuk, S., Sanguansermsri, M., Cutler, R.W., Sardsud, V. and Anuntalabhochai, S. (2007) Control of anthracnose caused by Colletotrichum musae on Curcuma alismatifolia Gagnep. using antagonistic Bacillus spp. American Journal of Agricultural and Biological Sciences 2(2),54-61.
             การทดลองครั้งนี้เพื่อศึกษาทาง Biological control เราพบว่า โรคของตันปทุมมา (Curcuma alismatifolia Gagnep) โดยมากมักจะเกิดจากเชื้อรา ที่เรียกว่า Colletotrichum musae ผลการทดลอง พบว่า Bacillus licheniformis สามารถลดการเจริญเติบโต จากเชื้อรา Colletotrichum musae ที่มีต่อพืชชนิดนี้ได้ การทดลองครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงการใช้สิ่งมีชีวิตควบคุมกันเองโดยไม่ต้องใช้สารเคมี

             8. Mahadtanapuk, S. , Sanguansermsri ,M., Yu,L.D. Vilaithong, T. and S. Anuntalabhochai. (2009). Cloning of antifungal gene from Bacillus licheniformis by application of low energy ion beam bombardment. Surface & Coatings Technology (In press). Impact factor: 1.678.
             เป็นเรื่องเกี่ยวกับการ Cloning ที่เกี่ยวกับการควบคุมเชื้อราโดยแบคทีเรีย Bacillus licheniformis โดยประยุกต์ใช้ ion beam หลักการคือ ion beam (ที่ใช้คือ N+ ) สามารถทำให้เกิดการกลายพันธุ์ (Mutation)ในสิ่งมีชีวิต โดยตัว ion จะไปทำลายโครงสร้างของ DNA และหากสิ่งมีชีวิตสามารถมีชีวิตรอดได้ ลำดับของ DNA ก็อาจเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งมีผลต่อลักษณะทางกายภาพที่แสดงออกมา ในเบื้องต้น งานวิจัยอยากทราบกลไกที่เกี่ยวข้องกับการต้านเชื้อราของ Bacillus licheniformis จึงนำเชื้อ Bacillus licheniformis ไปกระตุ้นการกลายพันธุ์โดย ion beam แล้วทำการตรวจสอบลายพิมพ์ DNA โดยเปรียบเทียบระหว่างตัว Mutant (ซึ่งพบว่า ไม่มีฤทธิ์ต้านทานต่อเชื้อรา) กับตัวที่มีฤทธิ์ต้านทาน (ตัวที่ไม่ได้ยิง ion beam) พบว่า ตัว Mutant เมื่อดูจาก finger print DNA มีแถบหายไป ซึ่งสรุปได้ว่า การที่ Mutant มีกลุ่มของ DNA หายไป น่าจะเป็นยีนส่วนที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการต้านทานของเชื้อรา ใน Bacillus licheniformis จากนั้น ได้นำยีนที่ต่างไปจาก Mutant ไปตรวจหาลำดับเบส พบว่า เป็นยีน Lipase
             ดังนั้น กลไปหนึ่งที่น่าเกี่ยวข้องกับการต้านทานเชื้อราของ Bacillus licheniformis คือ เอนไซม์ Lipase

             9. Mahadtanapuk, S., Sanguansermsri, M., Handa, T. and Anuntalabhochai, S. Cloning of cDNA Encoding ACC Synthase Gene Involving in Flower Senescence Association from Curcuma alismatifolia Gapnep. Acta Horticulturae J. (Submitted)
             ดอกไม้เมื่อทิ้งเป็นเวลานาน จะค่อยๆเหี่ยวเฉา สารที่มีผลต่อการเหี่ยวเฉาของดอกไม้ คือ ethylene ซึ่งเป็น hormone ชนิดหนึ่งในพืช ซึ่งทำหน้าที่ในการกระตุ้นการเหี่ยวเฉาของดอกไม้ รวมไปถึงการสุกเร็ว หรือ ช้า ของไม้ผล ดังนั้น ถ้ามีการควบคุมการเกิด ethylene ให้มีปริมาณน้อย ดอกไม้จะเหี่ยวช้าลง การศึกษาครั้งนี้ ได้ศึกษายีน ACC synthase และสามารถทำการ cloning ยีนนี้ เป็นผลสำเร็จ
             ในขั้นการทดลองที่จะดำเนินการต่อไป คือ(ยังไม่ปรากฏในงานวิจัย [Paper] นี้) การทำ Antisense คือ สังเคราะห์ยีนขึ้นมาใหม่ในลักษณะกลับข้างกับลำดับเบสของยีนเดิม โดยมี Vector เป็นตัวนำเข้าสู่เซลล์ การทดลองครั้งนี้ ใช้ต้นปทุมมา ( Curcuma alismatifolia Gagnep) โดยการทดลองแบบงานวิจัยเรื่องที่ 5 (Paper ที่ 5) เพื่อจะได้พืช ซึ่งให้ ethylene ต่ำ ซึ่งจะทำให้ดอกปทุมมาอยู่ได้นานไม่เหี่ยว

             10. Mahadtanapuk, S., Tera-arusiri ,W., Sanguansermsri ,M., Chandej ,R. and Anuntalabhochai, S.. Isolation and Expression Analysis of a Gene Encoding ACC Oxidase in Curcuma alismatifolia Gapnep. Acta Horticulturae J. (Submitted)
             การศึกษายีนซึ่งควบคุมการเกิด ethylene อีกตัวหนึ่ง ซึ่งยีนนี้จะผลิต enzyme ACC Oxidase ซึ่งเป็น enzyme ตัวสุดท้าย ในวัฏจักรการสังเคราะห์ ethylene
              โดยสรุปคือการ enzyme ACC Oxidase จะมีผลต่อการเหี่ยวช้า/เร็วของพืชไม้ดอก การทดลองครั้งนี้ เราใช้ต้นปทุมมา (Curcuma alismatifolia Gagnep) นำมาแยกยีน ACC Oxidase เป็นผลสำเร็จ และทำการ Cloning ได้ และจะทำ Antisense ต่อไป เช่นเดียวกับ งานวิจัยเรื่องที่ 9 (Paper 9).

             11. Tera-arusiri ,W., Sanguansermsri, M.., Anuntalabhochai, S.and Mahadtanapuk, S. Plant Breeding for Disease Resistance and Biocontrol of Wilt Disease by Bacillus spp. On Curcuma alismatifolia Gagnep. Acta Horticulturae J. (Submitted)
             การทดลองนี้ เป็นการทดลองการใช้ Biological control โดยทั่วไปต้นปทุมมา (Curcuma alismatifolia Gagnep) จะมีโรคที่เกิดจากแบคทีเรียและราเป็นตัวการสำคัญ ก่อให้เกิดโรค ผลที่ตามมา คือ ดอกจะเหี่ยวเฉา โรคที่พบมักจะเป็นแบคทีเรีย ที่มีชื่อว่า Rastonia solanaceranum และเชื้อราชนิด Colletotrichum musae การทดลองในครั้งนี้ได้นำแบคทีเรีย ที่เรียกว่า Bacillus subtitis มาใช้ในการควบคุมการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย และราดังกล่าว และพบว่าได้ผลดี ทำให้ลดจำนวนของพืชที่เกิดดอกเหี่ยวเฉา อันมีสาเหตุมาจากแบคทีเรียและรา


ผลงานวิจัย ที่นำเสนอในการประชุมทางวิชาการ
             1. Sanguansermsri, M. (1999). Preliminary screening bioassays of plant extracts collected from Nam-Nao National Park. 25th Congress on Science and Technology Thailand, Phitsanulok, Thailand.

             2. Buddharaksa, S., Samitasiri, Y., Meevethi, A., Siriwat, T. and Sanguansermsri, M. (2001). The study Karyotype of Kwaokreukao. 27th Congress on Science and Technology of Thailand, Hat Yai, Songkla, Thailand.

             3. Mirasena, S., Shimbhu, D., Sanguansermsri, M., Chanprapaph, P. and Sanguansersri, T. (2003). Noninvasive prenatal exclusion of -thalassemia / hemoglobin E by analysis of fetal hemoglobin E gene in maternal plasma. 13th Genetics and Sustainable Development, Phitsanulok, Thailand.

             4. Mahadtanapuk, S., Topoonyanont, N., Handa, T., Sanguansermsri, M. and Anuntalabhochai, S. (2006) Transformation in curcuma. XXII EUCARPIA Symposium section Ornamentals Breeding for Beauty, Sanremo, Italy.

             5. Waranuch, N., Ingkaninan, K. and Sanguansermsri, M. (2007) Effect of capsaicin on diclofenac diethyl ammonium absorption from adhesive patch into mouse skin. The 3rd World Congress of the Board of Pharmaceutical Sciences of FIP (PSWC), Amsterdam, The Netherlands.

             6. Mahadtanapuk, S., Sanguansermsri, M., Tera-arusiri, W. and Anuntalabhochai, S. (2007). Molecular cloning of CDNA encoding ACC synthase and transformation in Curcuma Alismatifolia Gagnep. The 1st Science and Technology Academic Conference, Phayao, Thailand.

             7. Mahadtanapuk, S., Sanguansermsri, M., Tera-arusiri, W. and Anuntalabhochai, S. (2007). DNA transformation improvement in Curcuma. การประชุมวิชาการพันธุศาสตร์แห่งชาติ ครั้งที่ 15 “พันธุศาสตร์กับการพัฒนาประเทศ ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง” จ. สงขลา


 

ชื่อผู้แต่ง
มณฑล สงวนเสริมศรี
ชื่อเรื่อง
ชีวพลังงานศาสตร์ (Bioenergetics)(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2550)
ชื่อวิชา
ชีวเคมีทางเภสัชศาสตร์
ปีการศึกษาที่สอน
พ.ศ. 2522-2534, 2550 – ปัจจุบัน
จำนวนหน้า
252 หน้า

             การที่ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยพะเยา ระหว่างปี 2553 – ปัจจุบัน ทำให้เกิดผลงานการบริหารด้านวิชาการ และการบริการแก่สังคมเป็นจำนวนมาก ได้เน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้ และศาสตร์ประยุกต์ต่างๆ สู่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง ผ่านการให้ความรู้จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัย โดยมุ่งพัฒนาประชากรของประเทศให้มีสติปัญญา ความรู้ ความสามารถ ทักษะและประสบการณ์ ให้เป็นไปตามครรลองครองธรรมอย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งสรุปไว้เป็นจำนวนมาก (ปรากฏใน เอกสารรายงานประจำปีของมหาวิทยาลัยพะเยา)

             หลังจากที่ยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยเอกเทศในกำกับของรัฐ ในชื่อ “มหาวิทยาลัยพะเยา” นับตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2553 โดยมีปณิธาน “ปัญญาเพื่อความเข้มแข็งของชุมชน” เป็นเป้าหมายร่วมของประชาคม ภายใต้การดำเนินงานที่ประสานสอดคล้องระหว่างการกำกับดูแลนโยบาย และทิศทาง การพัฒนา โดยการบริหารงานของศาสตราจารย์พิเศษ ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี อธิการบดีและคณะ รวมทั้งความร่วมมือทุกภาคส่วนในจังหวัดพะเยา ทำให้มหาวิทยาลัยพะเยามีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ในพันธกิจทุกๆ ด้าน โดยมีชุมชนในจังหวัดพะเยาและจังหวัดในภาคเหนือตอนบนเป็นทั้งฐานของการเรียนรู้ และเป็นเป้าหมายในการพัฒนาของมหาวิทยาลัยเพื่อการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน
             มหาวิทยาลัยพะเยาได้มุ่งเน้นปฏิบัติภารกิจหลักที่สำคัญในฐานะสถาบันอุดมศึกษาที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานสากล มุ่งกระจายโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาให้กับประชากรในภูมิภาค โดยเฉพาะในเขตภาคเหนือตอนบน 7 จังหวัด ได้แก่ พะเยา แพร่ น่าน ลำปาง ลำพูน เชียงราย และแม่ฮ่องสอน โดยจัดการเรียนการสอนในสาขาวิชาต่างๆ ทั้งกลุ่มสังคมศาสตร์ กลุ่มวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี กลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ รวมถึงพันธกิจด้านการวิจัย การบริการวิชาการ การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม การบริหารจัดการ
             มหาวิทยาลัยได้กำหนดประเด็นยุทธศาสตร์ที่จะทำให้การบริหารงานบรรลุวิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้าประสงค์ ซึ่งประกอบด้วย 7 ประเด็น ดังนี้
  1. ด้านการจัดการเรียนการสอน
  2. ด้านการวิจัย
  3. ด้านการบริการวิชาการ
  4. ด้านการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม
  5. ด้านการบริหาร
  6. ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม
  7. ด้านการให้บริการสุขภาพ
1. ด้านการจัดการเรียนการสอน
             มหาวิทยาลัยพะเยา มีนโยบายที่เน้นการขยายโอกาสและสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาให้แก่นักเรียนทั้งในเขตภาคเหนือและทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ รวมทั้งให้ความสำคัญ กับหลักสูตรที่เป็นความต้องการของประเทศที่สนองต่อการพัฒนาประเทศอย่างรอบด้าน และสร้างโอกาสการมีงานทำของบัณฑิต หลักสูตรทุกหลักสูตรของมหาวิทยาลัยจึงถูกสร้างขึ้นจากข้อมูลความต้องการ ทั้งด้านปริมาณและทักษะในการทำงานของแรงงานคุณภาพภายในประเทศและสังคมโลก ทุกหลักสูตร ไม่เพียงแต่จะเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรและกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา ที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษากำหนด ยังต้องได้รับการรับรองจากสภาวิชาชีพทุกสาขาวิชา เพื่อเป็นหลักประกันในคุณภาพของผู้เรียน ซึ่งจะจบไปเป็นบัณฑิตและพร้อมสำหรับการพัฒนาประเทศได้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งในปีการศึกษา 2566 มีนิสิตรวมทั้งสิ้นประมาณ 20,223 คน จากทุกภาคของประเทศ โดยร้อยละ 85 ของนิสิตทั้งหมด มีภูมิลำเนาอยู่ในภาคเหนือ ตามเป้าหมายของมหาวิทยาลัย มีหลักสูตรใน ระดับปริญญาตรี โท และเอก รวมทั้งสิ้น 83 หลักสูตร แบ่งเป็นระดับปริญญาตรี 61 หลักสูตร ปริญญาโท 16 หลักสูตร และระดับปริญญาเอก 6 หลักสูตร และมีบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาในปีการศึกษา 2554 -2555 ทั้งสิ้น 4,998 คน แบ่งเป็นบัณฑิตปีการศึกษา 2554 จำนวน 2,522 คน บัณฑิตปีการศึกษา 2555 จำนวน 2,746 คน
             ไม่เพียงแต่การเพิ่มขึ้นของนิสิต จำนวนหลักสูตร และการขยายโอกาสทางการศึกษาเท่านั้น เป้าหมายหลักของมหาวิทยาลัย คือ ผลิตบัณฑิตให้ตรงกับความต้องการพัฒนาประเทศในสภาวะที่กำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกำลังขาดแคลน ทำให้มีนิสิตในสายวิทยาศาสตร์ ร้อยละ 60 อีกร้อยละ 40 เป็นสายสังคมศาสตร์ สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน นอกจากนั้น มหาวิทยาลัยยังผลิตบัณฑิตในสาขาที่ขาดแคลน โดยเฉพาะแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อตอบสนองความต้องการของประเทศ โดยทำความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขและโรงพยาบาลในสังกัด โรงพยาบาลนครพิงค์ จ.เชียงใหม่ และโรงพยาบาลพะเยา จ.พะเยา
             มหาวิทยาลัยได้นำเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยมาใช้ในการจัดการเรียนการสอน ด้วยการจัดทำห้องเรียนอัจฉริยะ (i-classroom) จำนวน 8 ห้อง เป็นห้องเรียนที่มีระบบบันทึกการสอนอัตโนมัติ และเก็บไว้ในฐานข้อมูลของมหาวิทยาลัย นิสิตสามารถย้อนกลับมาทบทวนเนื้อหาบทเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา ทุกอุปกรณ์สื่อสารที่สามารถรับสัญญาณอินเตอร์เน็ต ซึ่งมีบริการให้ทั่วในบริเวณมหาวิทยาลัยหรือที่อื่นๆ เพื่อเพิ่มโอกาสและช่องทางในการเรียนรู้และทบทวนของนิสิตมากขึ้น ทำให้นิสิตสามารถเรียนรู้ได้ตลอดเวลา
2. ด้านการวิจัย
             มหาวิทยาลัยพะเยา มุ่งส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่มีรูปแบบซับซ้อนขึ้น เช่น การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรมสมัยใหม่ที่ใช้ทุนปัญญามากกว่าทุนแรงงานหรือวัตถุดิบ การวิจัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร การฟื้นฟูและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การวิจัยเชิงอุตสาหกรรม การวิจัยด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ และการพัฒนาระบบบริการด้านสาธารณสุข ตลอดจนการวิจัยเพื่อการพัฒนาสังคม เป็นต้น โดยมหาวิทยาลัยได้ให้ความสำคัญและมุ่งเน้นการวิจัยพื้นฐาน โดยควบคู่ไปกับการวิจัยประยุกต์ในสาขาต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพ เพื่อนำไปสู่การเรียนการสอนที่มีประสิทธิผลและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเองได้อย่างแท้จริง ในระยะยาว โดยจะต้องสร้างผู้นำในการวิจัย ให้สามารถดำเนินการในลักษณะหุ้นส่วน หรือการสร้างเครือข่ายกับสถาบันที่มีชื่อเสียงทั้งในและต่างประเทศ เพื่อพัฒนาคุณภาพของนักวิจัยให้นำไปสู่ความเป็นสากลได้เร็วขึ้น
3. ด้านการบริการวิชาการ
             มหาวิทยาลัยพะเยา มุ่งเน้นการบริการวิชาการในรูปแบบที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น เช่น การบริการเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาและคุณภาพชีวิต การบริการทางด้านการแพทย์และการสาธารณสุข การให้บริการบางประเภท ควรจะเน้นแหล่งเงินทุนของสถาบันการศึกษา โดยเฉพาะการให้บริการวิชาการ แก่กลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อสูง เช่น ภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งควรจะต้องมีการพิจารณาเกี่ยวกับการลงทุน และดำเนินการร่วมกับภาคเอกชนเกี่ยวกับการให้บริการวิชาการบางประเภท เพื่อให้บรรลุเป้าหมายเฉพาะเจาะจง เป็นต้น โดยการดำเนินการอาจจะต้องสร้างความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตภาคเหนือตอนบน และองค์กรภาคเอกชนเพื่อช่วยในการสร้างจุดแข็งและการยอมรับของสังคมโดยทั่วไป
#
1 เทศบาลตำบลบ้านเหล่า คณะเกษตรศาสตร์และทรัพยากรธรรมชาติ
คณะสหเวชศาสตร์
2 องค์การบริหารส่วนตำบลแม่ใส คณะศิลปศาสตร์
คณะพยาบาลศาสตร์
วิทยาลัยพลังงานและสิ่งแวดล้อม
องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านตุ่น วิทยาลัยพลังงานและสิ่งแวดล้อม
เทศบาลตำบลบ้านสาง วิทยาลัยการศึกษาต่อเนื่อง
3 องค์การบริหารส่วนตำบลดงเจน คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
4 องค์การบริหารส่วนตำบลดอกคำใต้ คณะวิทยาการจัดการและสารสนเทศศาสตร์
คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์
5 เทศบาลตำบลห้วยข้าวก่ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์
คณะวิทยาศาสตร์
6 องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งกล้วย คณะแพทยศาสตร์
คณะนิติศาสตร์
7 องค์การบริหารส่วนตำบลร่มเย็น คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และศิลปกรรมศาสตร์
คณะเภสัชศาสตร์
8 เทศบาลตำบลปง คณะแพทยศาสตร์
เทศบาลตำบลงิม คณะนิติศาสตร์
9 องค์การบริหารส่วนตำบลสระ คณะนิติศาสตร์
             การดำเนินการโครงการ 1 คณะ 1 โมเดล เป็นการบูรณาการการจัดการเรียนการสอน วิจัย การบริการวิชาการ และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม โดยกำหนดพื้นที่ให้แต่ละคณะเข้าไปช่วยแก้ปัญหา และพัฒนาเชิงพื้นที่ของชุมชน โดยนำนิสิตลงพื้นที่เพื่อให้เกิดการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง อีกทั้งการได้มาซึ่งปัญหาและความต้องการของชุมชนที่สามารถนำมาพัฒนาเป็นโจทย์วิจัยเหล่านี้มาดำเนินการ รวมถึงมหาวิทยาลัยได้มีการจัดตั้งหน่วยงานเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านการวิจัยและการบริการวิชาการ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยให้บรรลุเป้าหมายอีก 5 หน่วยงาน ซึ่งประกอบด้วย อุทยานวิทยาศาสตร์ ศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจ ศูนย์เครือข่ายความร่วมมือเพื่อพัฒนาเชิงพื้นที่แบบสร้างสรรค์ ศูนย์วิจัยสัตว์ทดลอง และศูนย์เครื่องมือกลาง
             มหาวิทยาลัยพะเยา ได้มีการดำเนินโครงการที่สนองโครงการพระราชดำริ คือ โครงการ "ลุ่มน้ำพะเยากับแนวทางการจัดการน้ำ" ซึ่งจัดทำโดย ศ.เกษม จันทร์แก้ว ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมประจำสำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมีกรอบการดำเนินงาน ดังนี้
  1. พื้นที่อนุรักษ์พันธุกรรมพืช คือ เขตภายในมหาวิทยาลัยพะเยา
  2. ลุ่มน้ำพะเยา เป็นกรอบของโครงการลุ่มน้ำกว๊านพะเยากับแนวทางการจัดการน้ำ เน้น ในจังหวัดพะเยาเป็นหลักก่อน
4. ด้านการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม
             มหาวิทยาลัยพะเยา มุ่งพัฒนาการผสมผสานทางวัฒนธรรม และการมีส่วนร่วมในประชาคมโลกทางด้านเศรษฐกิจ โดยการทำนุบำรุงและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของสังคมไทย เป็นรากฐานของการพัฒนาอย่างมีดุลยภาพ ซึ่งรวมถึงการศึกษาให้เข้าใจความเป็นไทยอย่างถ่องแท้ เพื่อนำไปสู่การสงวนและรักษาความแตกต่างทางประเพณีและวัฒนธรรม ตลอดจนการอยู่ร่วมกันในประชาคมโลกอย่างมีเอกลักษณ์และศักดิ์ศรี โดยเสริมสร้างวัฒนธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์ให้เกิดขึ้นกับบุคคล องค์กร และสังคม โดยเป็นเป้าหมายสำคัญที่จะต้องดำเนินการ
             มหาวิทยาลัยพะเยา ได้สนับสนุนการดำเนินโครงการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม อาทิเช่น โครงการ “ชุมชนสืบสานงานศิลปะลวดลายประดับกระจก วัดนันตาราม อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา” เป็นการ บูรณาการในการดำเนินงานตามพันธกิจของมหาวิทยาลัย ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน และสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางด้านศิลปวัฒนธรรมระหว่างชุมชนกับสถานศึกษา ส่งผลให้วัดนันตารามได้รับรางวัลชนะเลิศอาคารอนุรักษ์สถาปัตยกรรมดีเด่น ประเภทอาคารศาสนา ประจำปี 2555 ของกรรมาธิการสถาปนิกล้านนา สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปภัมภ์ โครงการ “คุณค่าทางศิลปะ สู่จิตสำนึกรักษ์กว๊านพะเยา” อันเป็นโครงการที่นิสิตและบุคลากรได้ลงพื้นที่ศึกษาหาแรงบันดาลใจในอาณาบริเวณรอบลุ่มน้ำกว๊านพะเยา เพื่อจัดแสดงผลงานศิลปะที่สร้างการตระหนักถึงคุณค่าของผลงานวิจัยและการสร้างสรรค์ควบคู่ไปกับการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมในพื้นถิ่นพะเยา
             มหาวิทยาลัยพะเยาได้มีการเปิดรายวิชา “พะเยาศึกษา” เป็นวิชาศึกษาทั่วไปบังคับสำหรับนิสิตมหาวิทยาลัยพะเยา เพื่อให้มีความรู้และภาคภูมิใจในสถานศึกษาที่เป็นดินแดนแห่งอารยธรรมเก่าแก่แห่งหนึ่งของภาคเหนือตอนบน
5. ด้านการบริหาร
             มหาวิทยาลัยพะเยา ต้องพัฒนาไปสู่ความเป็นมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพ และมาตรฐานในระดับสากล โดยการให้ได้รับการยอมรับในระดับชาติ ระดับอาเซียน และระดับนานาชาติ การปฏิบัติภารกิจ ไม่ว่าจะเป็นการผลิตบัณฑิต การวิจัย การบริการวิชาการ และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม จะตั้งเป้าหมายให้นำไปสู่ความมั่นคง และความยั่งยืนของเศรษฐกิจ สังคม สุขภาวะ พลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยยึดหลักประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และธรรมาภิบาลเป็นสำคัญ
             มหาวิทยาลัยพะเยา เป็นมหาวิทยาลัยที่มีระบบบริหารที่มีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ มีผังแม่บทกำหนดให้ตั้งอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีลักษณะเป็น Botanical University มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาให้เป็นภารกิจของบุคลากรและของหน่วยงาน มีการบริหารจัดการพัฒนา ด้านกายภาพที่รองรับการจัดการเรียนการสอนให้มีคุณภาพ โดยมีการสนับสนุนการจัดหาครุภัณฑ์สำนักงาน ครุภัณฑ์ประกอบอาคาร ครุภัณฑ์การศึกษา ครุภัณฑ์ทางการแพทย์ให้สอดคล้องกับอาคารที่ได้ก่อสร้าง ไปแล้ว รวมทั้งจัดหาครุภัณฑ์การศึกษาที่มีการชำรุดเสียสายหรือล้าสมัย มีการปรับปรุงระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่สามารถเชื่อมโยงอย่างครบถ้วนสมบูรณ์
6. ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม
             ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในมหาวิทยาลัยพะเยา ได้รับการยอมรับว่ายังคงความสมบูรณ์ สงบสวยงาม และมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม เหมาะสมสำหรับเป็นแหล่งเรียนรู้และรังสรรค์สุนทรียภาพทางศิลปะทุกแขนง ด้วยความเหมาะสมดังกล่าว มหาวิทยาลัยจึงมีแผนที่จะดำเนินการก่อสร้างอาศรมศิลปินนานาชาติ ณ ห้วยทับช้าง ภายในบริเวณมหาวิทยาลัยพะเยา โดยความร่วมมือกับรองศาสตราจารย์ ดร.สุกรี เจริญสุข วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อเป็นที่พักและสถานที่สรรสร้างผลงานทางศิลปะสำหรับศิลปินจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งนอกจากเอื้อโอกาสให้นิสิตของมหาวิทยาลัยได้รับการถ่ายทอดศิลปะแขนงต่างๆ จากศิลปินระดับนานาชาติแล้ว ยังจะช่วยส่งเสริมการมีรายได้ของประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นมหาวิทยาลัยมีนโยบายสู่การเป็นมหาวิทยาลัยที่สมบูรณ์แบบในสวนพฤกษศาสตร์ที่ร่มรื่น นิสิตและบุคลากรสามารถเรียนรู้และอยู่กับธรรมชาติที่สวยงาม มีบรรยากาศของการสร้างเสริมสุขภาพ จึงให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ ฟื้นฟูธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภายในและพื้นที่โดยรอบมหาวิทยาลัย จึงได้กำหนดเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในแผนกลยุทธ์การพัฒนามหาวิทยาลัยรูปแบบของการอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมที่มหาวิทยาลัยเร่งดำเนินการ คือ การศึกษาสภาพปัญหาและจัดทำแผนแม่บทในการป้องกันและแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมภายในมหาวิทยาลัย
             ด้านคุณภาพอากาศ “สถานีตรวจวัดจุลอุตุนิยมวิทยา มหาวิทยาลัยพะเยา” จัดตั้งขึ้น ในพื้นที่กว่า 5,000 ไร่ ของมหาวิทยาลัยพะเยา เพื่อตรวจสอบสภาพอากาศ ถือเป็นหนึ่งในการดำเนินการตามนโยบาย ซึ่งผสานการเรียนการสอนและการเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนิสิต คณาจารย์ นักวิจัย เข้ากับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมของมหาวิทยาลัย ทั้งยังก่อประโยชน์ต่อชุมชนและประชาชนในเขตภาคเหนือในด้านอุตุนิยมวิทยา
             นอกจากนั้น มหาวิทยาลัยพะเยายังคำนึงถึงมลภาวะทางอากาศและลดการเกิดอุบัติเหตุ ที่เกิดจากการจราจรภายในมหาวิทยาลัย โดยมีนโยบายเป็นมหาวิทยาลัยปลอดจักรยานยนต์ โดยจัดให้มี ที่จอดรถจักรยานยนต์ จำนวนมากกว่า 4,000 คัน บริเวณด้านหน้ามหาวิทยาลัย และจัดรถสวัสดิการรับ-ส่ง ที่ใช้พลังงานทางเลือกจากก๊าซเอ็นจีวีที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ จำนวนประมาณ 40 คัน สัญจรภายในบริเวณมหาวิทยาลัย ทั้งยังออกแบบปรับปรุงทางเดิน ทั้งบริเวณด้านหน้าและภายในมหาวิทยาลัยให้สอดคล้องกับธรรมชาติ เพื่อส่งเสริมให้นิสิตเดินออกกำลังกายในบรรยากาศที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ดี ซึ่งนอกจากจะเป็นการส่งเสริมสุขภาวะแล้ว ยังเป็นการอนุรักษ์และลดการใช้พลังงานอีกทางหนึ่งด้วย
             ขยะและน้ำเสีย เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มหาวิทยาลัยตระหนักและให้ความสำคัญที่จะต้องจัดการให้เป็นไปตามหลักวิชาการ ป้องกันไม่ให้เกิดมลพิษต่อทั้งชุมชนและสิ่งแวดล้อม จึงวางแผนจัดการ อย่างรัดกุม และจัดสรรงบประมาณจำนวนมากเพื่อการศึกษาและดำเนินการป้องกันปัญหามลพิษ ที่อาจเกิดขึ้น ได้วางแผนการกำจัดขยะ โดยระบบการคัดแยกที่มีประสิทธิภาพ สามารถนำส่วนที่ย่อยสลายยาก และส่วนที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ไปจำหน่าย ลดการก่อขยะที่เป็นมลพิษให้กับโลก สร้างโรงปุ๋ยหมักเพื่อนำขยะที่ย่อยสลายได้กลับมาใช้ใหม่ในรูปของปุ๋ยหมักในสวนของมหาวิทยาลัยพะเยา
             การมีระบบบำบัดน้ำเสียที่มีประสิทธิภาพ ก่อนปล่อยน้ำสู่ระบบนิเวศน์ หรือนำกลับมาใช้ประโยชน์ซ้ำ สิ่งเหล่านี้ล้วนเกิดจากความตระหนักถึงความรับผิดชอบที่มหาวิทยาลัยเป็นแบบอย่างของการเรียนรู้และอยู่กับธรรมชาติอย่างมีความสุข รับผิดชอบต่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม
7. ด้านการให้บริการสุขภาพ
             มหาวิทยาลัยพะเยา ได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารศูนย์การแพทย์และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยพะเยา ตามโครงการพัฒนาศูนย์การแพทย์และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยพะเยาขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและขีดความสามารถของมหาวิทยาลัย ให้สามารถรองรับการจัดการเรียนการสอนนิสิตสาขาแพทยศาสตร์ สาขาทันตแพทยศาสตร์ และสาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพทุกสาขาวิชา อีกทั้งเป็นแหล่งวิจัย และสร้างองค์ความรู้ทางด้านการแพทย์และสาธารณสุข ตลอดจนธำรงรักษาอาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ ให้คงอยู่ในมหาวิทยาลัย และในเขตพื้นที่การให้บริการ เพื่อประโยชน์ด้านการจัดการเรียนการสอน การวิจัย ตลอดจนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่นิสิตนักศึกษาแพทย์ด้วย นอกจากนี้ ยังมีวัตถุประสงค์ที่จะสร้างเครือข่ายระหว่างมหาวิทยาลัยกับโรงพยาบาล ในเขตพื้นที่บริการ 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพะเยา จังหวัดแพร่ จังหวัดน่าน จังหวัดเชียงราย และจังหวัดลำปาง ให้ได้รับการพัฒนาระบบบริการรักษาพยาบาล สามารถผลิตบัณฑิตในสาขาทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพของมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะมีขีดความสามารถที่จะเป็น Medical Hub รองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) ตามนโยบายรัฐบาลอีกด้วย
             ซึ่งตามนโนบายการพัฒนาสุขภาพของประชาชนของรัฐบาล ได้มุ่งลงทุนเพื่อพัฒนาคุณภาพการให้บริการด้านการแพทย์และสาธารณสุขทั้งระบบอย่างมีบูรณาการเชื่อมโยงในทุกระดับ และเร่งผลิตบุคลากรทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขให้เพียงพอกับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นตามข้อเท็จจริง ในปัจจุบันมหาวิทยาลัยพะเยา เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ต้องการตอบสนองนโยบายที่ต้องบริหารจัดการและการพัฒนาในลักษณะของการใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง (AREA BASE) ในบริเวณพื้นที่รับผิดชอบของมหาวิทยาลัยพะเยา จะประกอบด้วย จังหวัดพะเยา จังหวัดแพร่ จังหวัดน่าน จังหวัดเชียงราย และจังหวัดลำปาง รวมทั้งมหาวิทยาลัยพะเยาต้องการตอบสนองนโยบายด้านพัฒนาสุขภาพประชาชนด้วย เพราะเห็นว่าการเสริมสร้างคุณภาพของคน และสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนและสังคมนั้น ถือเป็นรากฐานที่มั่นคงของการพัฒนาระบบสุขภาพ จึงมุ่งเน้นที่จะแก้ปัญหาการเข้าถึงบริการสุขภาพของกลุ่มประชากรในเขตพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพะเยา จังหวัดแพร่ จังหวัดน่าน จังหวัดเชียงราย และจังหวัดลำปาง โดยจัดให้เป็นเครือข่ายการให้บริการในลักษณะของการบูรณาการ โดยมีการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาระบบการให้บริการด้านการแพทย์และสาธารณสุข การพัฒนาระบบส่งต่อผู้ป่วยจากโรงพยาบาลขนาดเล็กไปยังโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในพื้นที่เป้าหมาย รวมทั้งมีส่วนร่วมในการผลิตบุคลากรทางด้านการแพทย์และสาธารณสุข เรียกว่า “เครือข่ายบริการสุขภาพครบวงจร” เพื่อร่วมกันรับผิดชอบการผลิตบุคลากรและการพัฒนาระบบการให้บริการทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขให้ครอบคลุมทั่วถึง เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน โดยอาศัยแนวคิด การปรับเปลี่ยนหรือส่งเสริมพฤติกรรมสังคม/ชุมชน การพัฒนาบทบาทองค์กรท้องถิ่น การสร้างและปลูกจิตสำนึกให้ตระหนักในการดูแลสุขภาพตนเองให้บรรลุเป้าหมายตามนโยบายของรัฐบาล ปัจจุบันพบว่า ประเทศไทยยังประสบกับปัญหาด้านสาธารณสุขจากโรคร้ายต่างๆ และมีแนวโน้มที่รุนแรงขึ้น ประกอบด้วย โรคมะเร็ง ไขมันในเลือดสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ วัณโรค นอกจากโรคร้ายเหล่านี้แล้ว ยังมีโรคเรื้อรังที่เป็นปัญหาใหญ่ของคนไทยอีกด้วย เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคของต่อมไร้ท่อ (โรคกลุ่มเบาหวาน ไทรอยด์ ต่อมหมวกไต) โรคระบบกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น โรคระบบทางเดินอาหาร โรคระบบทางเดินหายใจ โรคภูมิแพ้ โรคระบบประสาท จิตเวช โรคระบบทางเดินปัสสาวะ โรคของปาก หู คอ จมูก และโรคผิวหนัง สำหรับในเขตภาคเหนือตอนบน ประชาชนส่วนใหญ่ยังประสบปัญหาทางด้านสาธารณสุข ซึ่งปัญหาการเจ็บป่วยที่สำคัญประกอบด้วย โรคต่างๆ เช่น โรคระบบต่อมไร้ท่อ โภชนาการและเมตาโบลิซึม (เช่น เบาหวาน) โรคระบบย่อยอาหาร โรคความดันโลหิตสูง กลุ่มสาเหตุการตายที่สำคัญ ได้แก่ การตายด้วยสาเหตุจากโรคมะเร็งและเนื้องอก โรคติดเชื้อและปรสิต สำหรับปัญหาด้านสาธารณสุขที่สำคัญ ได้แก่ ปัญหาการป่วยและตายด้วยโรคเอดส์และวัณโรค ปัญหาการเจ็บป่วยและตายจากอุบัติเหตุจราจร ปัญหาการป่วยและตายด้วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูงและไตวาย และปัญหาการฆ่าตัวตาย ซึ่งจากสภาพปัญหาดังกล่าวข้างต้น แสดงให้เห็นว่าการพัฒนาระบบสุขภาพ ยังไม่ครอบคลุมพื้นที่ จำนวนแพทย์และบุคลากรยังไม่เพียงพอ ไม่สามารถรองรับผู้ป่วยได้อย่าง
             โดยมหาวิทยาลัยพะเยา ตั้งเป้าหมายพัฒนาโครงการศูนย์การแพทย์และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยพะเยาเป็นโรงพยาบาล ขนาด 680 เตียง เพื่อให้มีขนาดที่สามารถรองรับการส่งต่อผู้ป่วยจากสถานพยาบาลต่างๆ ได้ตามเกณฑ์ของการเป็นโรงพยาบาลศูนย์ของกระทรวงสาธารณสุข ประกอบกับโรงพยาบาลในจังหวัดพะเยา จังหวัดแพร่ และจังหวัดน่าน ยังไม่มีโรงพยาบาลศูนย์ที่ต้องมีขนาดไม่ต่ำกว่า 600 เตียง มหาวิทยาลัยพะเยาจึงต้องการสร้างเครือข่ายระหว่างศูนย์การแพทย์และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยพะเยากับโรงพยาบาล สังกัดกระทรวงสาธารณสุขใน 3 จังหวัด และสถานพยาบาลบางส่วนของจังหวัดเชียงราย และจังหวัดลำปาง ที่มีขีดความสามารถในการรองรับผู้ป่วยได้ไม่เพียงพอเข้าร่วมโครงการฯ ให้สามารถส่งต่อผู้ป่วยมารับการรักษาที่ศูนย์การแพทย์และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยพะเยา ประกอบกับศูนย์การแพทย์และโรงพยาบาลพะเยา มีภารกิจด้านการจัดการเรียนการสอน และให้บริการรักษาพยาบาล นอกจากสาขาแพทยศาสตร์แล้ว ยังมีสาขาทันตแพทยศาสตร์ สาขาการแพทย์แผนจีน สาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์อีกด้วย จึงได้กำหนดเป้าหมายการพัฒนาเป็นโรงพยาบาล ขนาด 680 เตียง ซึ่งจะประกอบด้วย โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลทันตกรรม โรงพยาบาลแพทย์แผนจีน โรงพยาบาลแพทย์แผนไทยประยุกต์ รวมทั้งพิพิธภัณฑ์ทางการแพทย์ และศูนย์วิจัยทางการแพทย์และสาธารณสุข อยู่ภายใต้โครงการดังกล่าวด้วย
             นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยพะเยาได้จัดตั้งสถาบันมนุษยพันธุศาสตร์ศาสตร์ หน่วยธาลัสซีเมีย เพื่อศึกษาเกี่ยวกับพันธุกรรมของมนุษย์ ตรวจคัดกรองและหาวิธีป้องกันการเกิดโรคธาลัสซีเมียที่พบมากในภาคเหนือให้มีปริมาณที่ลดน้อยลง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ทรงวางศิลาฤกษ์อาคารศูนย์การแพทย์และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยพะเยา วันพฤหัสบดีที่ 13 เดือน มีนาคม พุทธศักราช 2557

อาคารศูนย์การแพทย์และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยพะเยา

ความก้าวหน้าในการก่อสร้างอาคารศูนย์การแพทย์และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยพะเยา


          1. ดำรงตำแหน่งคณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี เป็นผู้ริเริ่มจัดตั้งและเป็นคนแรก โดยดำรงตำแหน่งอยู่ระหว่างปี 2538 - 2544 ซึ่งในระยะแรกเป็นหลักสูตรเภสัชศาสตร์ 5 ปี ต่อมาได้มีการพัฒนาเป็นหลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต 6 ปี (สาขาวิชาบริบาลเภสัชกรรม) หรือ Doctor of Pharmacy เป็นแห่งแรกของประเทศไทย นำไปสู่หลักการของสภาเภสัชกรรม ซึ่งเป็นสภาหลักของวิชาชีพเภสัชศาสตร์ โดยทำหน้าที่เป็นผู้อนุมัติใบประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม เป็นผลทำให้มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ที่มีคณะเภสัชศาสตร์ ต้องปรับหลักสูตรเป็น 6 ปีทั้งหมด (เนื่องจาก สภาเภสัชกรรมจะรับรองเฉพาะหลักสูตร 6 ปีเท่านั้น โดยเริ่มในปี 2554) ปัจจุบัน ทำให้คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดเป็นคณะเภสัชศาสตร์ ชั้นนำของประเทศไทยและนานาชาติ ทั้งนี้ เป็นผลจากการได้รับการประเมินคุณภาพของบัณฑิตที่จบและผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารในระดับนานาชาติของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวรจำนวนมาก ในแต่ละปี
 
          2. ปี 2542- 2543 ดำรงตำแหน่งรักษาการรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง โดยรับผิดชอบฝ่ายวิชาการทำให้มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้จัดทำหลักสูตรแล้วเสร็จ สามารถเปิดรับนักศึกษารุ่นแรกปีการศึกษา 2542 ใน 2 สาขา คือ สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ และสาขาวิชาเทคโนโลยีการอาหาร
 
          3. ปี 2544 - 2552 ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร 2 สมัยติดต่อกัน ได้สร้างความเจริญก้าวหน้าให้มหาวิทยาลัยในทุกด้าน ทั้งด้านวิชาการ การบริหาร การบำรุงศิลปวัฒนธรรม และการบริการวิชาการแก่สังคม ได้ผลักดันให้มหาวิทยาลัยเป็นมหาวิทยาลัยในกลุ่มมหาวิทยาลัยวิจัย และได้รับการประเมินจาก ส.ม.ศ ซึ่งภาพรวมทุกด้านอยู่ใน เกณฑ์ดีมาก (คะแนน 4.56 จากคะแนน 5.00) ปัจจุบันมีอาจารย์ที่มีวุฒิการศึกษาในระดับปริญญาเอกตามสาขาต่างๆ เป็นจำนวนมาก รวมทั้งได้เปิดหลักสูตร ตรี-โท-เอก และประกาศนียบัตร จำนวน 189 สาขาวิชา ซึ่งในปีการศึกษา 2551 มีนิสิตจำนวนทั้งสิ้น 25,533 คน ที่ศึกษา ณ มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก ดังปรากฏในรายงานประจำปี 2551 ฉบับพิเศษ การพัฒนามหาวิทยาลัยนเรศวรในรอบ 8 ปี 2544 – 2551
 
          4. การพัฒนามหาวิทยาลัยนเรศวรพะเยา เมื่อเข้ามารับหน้าที่ในตำแหน่งอธิการบดี ปี พ.ศ. 2544 ได้พิจารณาเห็นว่า วิทยาเขตสารสนเทศพะเยา ควรที่จะได้รับการพัฒนาให้เป็นมหาวิทยาลัยเอกเทศ จึงได้ปรับระบบการจัดการเรียนการสอน จากระบบการสอนผ่าน VIDEO CONFERENCE SYSTEM (VCS) มาเป็นการจัดหาอาจารย์มาประจำ ทำการสอนในที่ตั้งถาวร โดยขอตั้งงบประมาณก่อสร้างอาคารสถานที่ เพิ่มหลักสูตรและสาขาวิชา เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะเป็นมหาวิทยาลัยเอกเทศตามเป้าหมาย ในปี พ.ศ. 2547 ได้นำเสนอ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ที่เดินทางมาตรวจเยี่ยมจังหวัดพะเยา ขอรับการสนับสนุนการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยเอกเทศ เป็นผลให้มีมติคณะรัฐมนตรีรองรับการพัฒนาตั้งแต่นั้นมา ในปี 2551 สภามหาวิทยาลัยได้เปลี่ยนชื่อ วิทยาเขตสารสนเทศพะเยา เป็น มหาวิทยาลัยนเรศวร พะเยา และปรับปรุงระบบบริหาร จากการเตรียมความพร้อมการเป็นมหาวิทยาลัยเอกเทศ การพัฒนาด้านต่างๆ ได้อาศัยมติ ค.ร.ม. ดังกล่าวพัฒนามหาวิทยาลัยนเรศวร พะเยา ให้มีความเจริญก้าวหน้าตลอดมา ทั้งด้านวิชาการ ด้านอาคารสถานที่ และด้านบุคลากร ทำให้สามารถรับนิสิตเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก เป็นการให้โอกาสทางการศึกษาระดับอุดมศึกษาให้กับนักเรียนในเขตจังหวัดภาคเหนือตอนบน ปัจจุบันมีนิสิตในระดับปริญญาตรี – โท – เอก รวม 12,004 คน เปิดทำการสอน 68 สาขาวิชา
 
          5. ดำรงตำแหน่งรองประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยในปี 2550 และ ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยในปี 2551 ตามลำดับ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์ประกอบของคะแนนในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในระบบกลาง โดยในปีการศึกษา 2553 ได้เน้นการนำผลการเรียนในห้องเรียนของนักเรียนแต่ละคน ตามโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายของนักเรียน รวมกับคะแนนที่ได้จากการวัดศักยภาพ และความถนัดในการเข้าศึกษาในขั้นอุดมศึกษาในสาขาต่างๆ ส่งผลให้นักเรียนต้องสนใจการเรียนในชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4 -5-6) มากขึ้น ซึ่งแต่เดิมนักเรียนจะไม่สนใจ และจะสนใจเฉพาะข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ยังทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายต่อหัวของนักเรียนแต่ละคนในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ทั้งระบบรับตรงและรับกลาง ผลที่ตามมา คือ มหาวิทยาลัยจะได้นักศึกษาตามความถนัดและศักยภาพของนักเรียน เพื่อจบเป็นบัณฑิตที่มีคุณภาพในอนาคต ซึ่งโครงสร้างประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ คือ
        1. คะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลายหรือ GPAX
        2. คะแนนแบบทดสอบการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐานหรือ O-NET
        3. ความถนัดทั่วไป (General Aptitude Test) หรือ GAT และ
        4. คะแนนทดสอบความถนัดทางวิชาชีพ/วิชาการ (Professional Aptitude Test หรือ PAT)
 
          6. การผลิตแพทย์ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข แนวคิดการผลิตแพทย์ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี ได้ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีระบบการจัดการเรียนการสอน ดังนี้ คือ ปี 1-3 ซึ่งเป็นชั้น Pre-med และ Pre-clinic เรียนที่มหาวิทยาลัยนเรศวร ชั้นปี 4-5-6 ชั้น Clinic เรียนที่ โรงพยาบาลในสังกัดของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นการปรับรูปแบบใหม่ของการผลิตแพทย์ โดยเป็นการร่วมมือระหว่าง 2 กระทรวง คือ กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงสาธารณสุข ทำให้เป็นการใช้ทรัพยากรบุคคลระหว่างสองกระทรวงอย่างมีประสิทธิภาพ (รูปแบบเดิมของการเรียนแพทย์ ซึ่งมีหลักสูตร 6 ปี จะเรียนที่คณะแพทยศาสตร์ในมหาวิทยาลัยทั้ง 6 ชั้นปี) โดยที่ผ่านมาได้ใช้โรงพยาบาลพุทธชินราชจังหวัดพิษณุโลกเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกของการผลิตแพทย์ของมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยเริ่มปีละ 30 คน ปัจจุบันผลิตแพทย์ได้ปีละ 60 คน ต่อมาได้ขยายโครงการผลิตแพทย์ในลักษณะนี้โดยร่วมมือกับโรงพยาบาลต่างๆ ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข คือ โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ โรงพยาบาลตาก โรงพยาบาลพิจิตร โรงพยาบาลแพร่ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ และในปี 2550 มหาวิทยาลัยนเรศวรได้เปิดโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย ณ จังหวัดพิษณุโลก ทำให้สามารถผลิตแพทย์เพิ่มได้อีกไม่ต่ำกว่าปีละ 30 คน กล่าวโดยสรุป คือ จากการที่คณะแพทยศาสตร์ได้ร่วมกับโรงพยาบาลสาธารณสุข 6 แห่งที่กล่าวข้างต้น รวมกับโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ผลิตแพทย์ไปแล้ว ไม่ต่ำกว่า 7 รุ่น จำนวนประมาณ 500 คน (ปัจจุบันมหาวิทยาลัยนเรศวร สามารถรับนักศึกษาแพทย์ได้รุ่นละ 150 คน และมีโครงการที่จะขยายรับรุ่นละ 210 คน ในอนาคต ) จากการร่วมมือของโรงพยาบาลต่างๆ ทั้ง 7 แห่ง ผลที่ได้รับ ก็คือ เป็นการเพิ่มโอกาสให้นักเรียนในต่างจังหวัดได้เรียนแพทย์ และลดการขาดแคลนแพทย์ ซึ่งเป็นปัญหาที่รุนแรงของประเทศไทยในขณะนี้
 
          7. การเปิดโรงเรียนมัธยมสาธิต มหาวิทยาลัยนเรศวร การขาดแคลนโรงเรียนที่ได้มาตรฐานในการสอนวิทยาศาสตร์และภาษา เป็นปัญหาสำคัญของเยาวชนในต่างจังหวัด และมีผลกระทบต่อบุตร/ธิดาของอาจารย์ และข้าราชการ และผลกระทบดังกล่าวเป็นเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งในการที่จะให้ข้าราชการเหล่านั้นทำงานในต่างจังหวัด และเพื่อเป็นการเพิ่มแรงจูงใจที่จะทำให้อาจารย์อยู่กับมหาวิทยาลัยนับเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากอาจารย์เป็นทรัพยากรสำคัญในการผลักดันมหาวิทยาลัยสู่ความก้าวหน้า แนวคิดนี้ ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี จึงได้ขออนุมัติสภามหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อเปิดโรงเรียนมัธยมสาธิต ตั้งแต่ปี 2549 ปัจจุบันโรงเรียนมัธยมสาธิตแห่งนี้ มีความเจริญก้าวหน้าอย่างมาก และเป็นที่นิยมของอาจารย์ ข้าราชการ และประชาชนทั่วไป ที่ต้องการส่งลูกหลานเข้ามาเรียนในโรงเรียนแห่งนี้ นอกจากนี้ เพื่อให้อาจารย์ นิสิต นักศึกษา นักเรียน และประชาชนทั่วไป สามารถหาซื้อหนังสือต่างๆได้ง่าย ประหยัดค่าใช้จ่าย และมีราคาที่ไม่แพง จึงได้ร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดร้านขายหนังสือ CU-NU-Book Store ขึ้น ภายในมหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งเป็นร้านขายหนังสือขนาดใหญ่ เพื่อประโยชน์ในการบริการแก่ประชาชน ในเขตจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง และได้ดำเนินงานมาแล้วกว่า 6 ปี ปัจจุบันประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง
 
          8. หน่วยบริการเคลื่อนที่ Mobile Unit มหาวิทยาลัยนเรศวร ตั้งอยู่ในชุมชนที่ต้องการพัฒนา และชุมชนเองก็หวังพึ่งพามหาวิทยาลัยในการที่จะเข้าไปพัฒนาให้ประชาชนในชุมชน มีสุขภาพที่ดี และมีภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี ได้เห็นความสำคัญถึงการที่มหาวิทยาลัยจำเป็นที่จะต้องเคลื่อนตัวออกจากที่ตั้ง เพื่อพบกับประชาชนและหน่วยงานราชการต่างๆ จึงได้จัดให้มี Mobile Unit ขึ้น โดยได้ออกปฏิบัติและดำเนินการมาหลายปีอย่างต่อเนื่อง และได้ปรับรูปแบบมาโดยตลอด ทำให้เข้าใจปัญหาทั้งทางด้านสุขภาพ ปัญหาทางด้านสังคม และปัญหาทางด้านเศรษฐกิจของประชาชน และผลจากการลงพื้นที่ ทำให้อาจารย์/นิสิต ได้นำปัญหาต่างๆมาทำการวิจัยเพื่อนำไปสู่การพัฒนาชุมชนและประเทศที่ยั่งยืน
 
          9. การจัดตั้งหน่วยงานต่างๆ เพิ่มเติมในมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นการกระตุ้นทำให้มหาวิทยาลัยนเรศวร เจริญก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง หน่วยงานท ี่ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี ได้ริเริ่มจัดตั้งขึ้น ในขณะดำรงตำแหน่งอธิการบดี มีดังนี้ คือ
          1. คณะนิติศาสตร์
          2. คณะสังคมศาสตร์
          3. คณะวิทยาการจัดการและสารสนเทศศาสตร์
          4. คณะสาธารณสุขศาสตร์
          5. วิทยาลัยนานาชาติ
          6. สถาบันเพิ่มความเข้มแข็งของชุมชน
          7. สถาบันบริหารการวิจัยและพัฒนา
          8. วิทยาลัยพลังงานทดแทน
          9. คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์
          10. โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร
          11. ศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจมหาวิทยาลัยนเรศวร
          12. ศูนย์พม่าศึกษา
          13. ศูนย์ภูมิภาคเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศภาคเหนือตอนล่าง
          14. ศูนย์วิจัยทางด้านนาโนเทคโนโลยีและวิศวกรรมชีวภาพทางการแพทย์
          15. ศูนย์วิจัยเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ
          16. ศูนย์ทดสอบชีวมูลทางยา
          17. ศูนย์เทคโนโลยีทางสมุนไพร (Herb Technology)
          18. ศูนย์ปฏิบัติการทางดนตรี
          19. ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม
          20. หน่วยประกันคุณภาพ
          21. หน่วยการศึกษาทางไกล
          22. ศูนย์บริการวิชาการ จังหวัดเชียงราย ฯลฯ
 
          10. การร่วมมือกับต่างประเทศในการเปิดหลักสูตร
                    10.1 ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี ในขณะดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เห็นความสำคัญในการร่วมมือกับต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในระดับบัณฑิตศึกษา จึงได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัย Southern Cross ประเทศ Australia ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการท่องเที่ยว จึงได้เปิดหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการการท่องเที่ยว โดยทำการเรียนการสอนที่ศูนย์วิทยบริการกรุงเทพมหานคร และเมื่อจบการศึกษาจะได้รับปริญญา ทั้งจากมหาวิทยาลัยนเรศวร และมหาวิทยาลัย Southern Cross ซึ่งได้ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นเวลา 7 ปี พบว่า หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการการท่องเที่ยว ของมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ตอบสนองความต้องการของผู้ดำเนินธุรกิจการท่องเที่ยวในประเทศเป็นอย่างมาก ดังเห็นได้จากจำนวนนิสิตที่ได้เข้าเรียนในแต่ละรุ่นเพิ่มขึ้นทุกปี นอกจากนี้ ยังสอดคล้องกับ ความต้องการของประเทศในสาขานี้ด้วย
 
                    10.2 การร่วมมือกับมหาวิทยาลัย New England ประเทศ Australia เพื่อการผลิตบัณฑิตหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต โดยมหาวิทยาลัย New England ได้นำตัวอย่างของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการร่วมผลิตแพทย์ โดยการใช้การเรียนการสอนชั้น Pre-med และ Pre-clinic ในมหาวิทยาลัย ส่วนการเรียนการสอนชั้น Clinic ใช้ที่โรงพยาบาลชุมชน ทำให้มหาวิทยาลัย New England ได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลประเทศ Australia ให้เปิด คณะแพทยศาสตร์ และสามารถรับนักศึกษาแพทย์ได้ ตั้งแต่ปีการศึกษา 2551 เป็นต้นมา ผลของการร่วมผลักดันโดยมหาวิทยาลัยนเรศวรครั้งนี้ ทำให้มหาวิทยาลัย New England ได้มอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนของโรงเรียนมัธยมสาธิต จำนวน 4 คน เพื่อไปศึกษาในหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ณ มหาวิทยาลัย New England และมีข้อตกลงร่วมกันในการแลกเปลี่ยนนิสิตแพทย์ ชั้น Clinic อีก 8 คน โดยเป้าหมายของโครงการจะเริ่มตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นไป
 
          11.การผลักดันพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ. ....ออกเป็นกฎหมายประกาศใช้ ได้เป็นผลสำเร็จ
                    ในช่วงระยะเวลาที่ ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร ระหว่างปี พ.ศ. 2544 -2551 และต่อมา ได้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาคณะกรรมการอำนวยการมหาวิทยาลัยนเรศวร พะเยา ได้รับมอบหมายจากสภามหาวิทยาลัยนเรศวร ให้เป็นตัวแทนมหาวิทยาลัยนเรศวรในการติดตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ. ....มาโดยตลอด โดยการทำหน้าที่ประสานและเป็นผู้แทนในการชี้แจงข้อมูลกับรัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการ และคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ 8 ซึ่งมีหน้าที่พิจารณาพระราชบัญญัติทางการศึกษา ตลอดจนได้รับการแต่งตั้งเป็น คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ. ....(สภาผู้แทนราษฎร) และคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ....(วุฒิสภา) ในการพิจารณาพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ. .... จนสามารถทำให้พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยพะเยา ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา เพื่อประกาศเป็นกฎหมาย เป็นผลทำให้เกิดมหาวิทยาลัยพะเยา แยกเป็นเอกเทศจากมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมหาวิทยาลัยพะเยา มุ่งกระจายโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาให้กับประชาชน และตอบสนองความต้องการทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ด้านการผลิตบัณฑิต ด้านการวิจัย ด้านการบริการวิชาการ และด้านการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม นอกจากนี้ ยังเป็นการ แก้ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ การเมืองแบบยั่งยืนให้กับชาวพะเยา และจังหวัดใกล้เคียง ตลอดจนการพัฒนาคุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ของประชาชนผู้ด้อยโอกาส

 

ปี พ.ศ. รางวัลเกียรติคุณ เหตุผลที่ได้รับ
2536 บุคคลากรดีเด่นมหาวิทยาลัยนเรศวร - ทำคุณประโยชน์ด้านต่างๆ ให้กับ มหาวิทยาลัยนเรศวร
2544 รับโล่ประกาศเกียรติคุณ จากศูนย์ประสาน งานการศึกษา เภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย (ศ.ศ.ภ.ท.) - ทำความก้าวหน้าให้แก่การศึกษา ด้านเภสัชศาสตร์
2545 ศิษย์เก่าดีเด่น บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดลด้านบริหาร ประจำปี 2545 - ดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของประเทศและวงการการศึกษา
2548 บุคลากรดีเด่น ด้านส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม จังหวัดพิษณุโลก 2548 - ส่งเสริมสนับสนุนด้านศิลปวัฒนธรรมของ จังหวัดพิษณุโลก และประเทศไทย
2551 รับมอบเครื่องอิสริยาภรณ์ชั้นสูง ด้านการศึกษา (Commandeur de Palmes Academigues) กมมองเดอร์ เดอ ปาล์ม อาคาเดมิกส์ จากรัฐบาลฝรั่งเศส - ส่งเสริมการสอนภาษาฝรั่งเศสในระดับ มัธยมศึกษาตอนปลาย และระดับอุดมศึกษา ตลอดจนส่งเสริม การศึกษาต่อใน ระดับปริญญาเอก ในประเทศฝรั่งเศส
2552 รับมอบเข็มและประกาศนียบัตร เสมาคุนูปการ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงศึกษาธิการ ครบรอบ 117 ปี - ส่งเสริมการเรียนการสอน ระดับอุดมศึกษา ตลอดจนพัฒนา การศึกษาไทย ในภาพรวม
2554 รับโล่ห์รางวัลนักเรียนเก่าดีเด่น "กัลปพฤกษ์ทอง" ประจำปี 2553 ของสมาคมนักเรียนเก่าราชาธิวาช

 

ปี พ.ศ. เครื่องราชอิสริยาภรณ์
2537 ประถมาภรณ์มงกุฎไทย
2540 ประถมาภรณ์ช้างเผือก
2544 เหรียญจักรพรรดิมาลา
2545 มหาวชิรมงกุฎไทย
2550 มหาปรมภรณ์ช้างเผือก

คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยพะเยา

140x140
ศ.(พิเศษ) ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี
อธิการบดี
140x140
อาจารย์ ดร.นพ.วิชัย เทียนถาวร
รองอธิการบดี
140x140
อาจารย์ ดร.สำราญ ทองแพง
รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา
140x140
ผศ.ดร.วิบูลย์ วัฒนาธร
รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและประกันคุณภาพ
140x140
รศ.ดร.สุภกร พงศบางโพธิ์
รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ
140x140
รศ.ดร.ชาลี ทองเรือง
รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร
140x140
อาจารย์ วุฒิชัย ไชยรินคำ
รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต
140x140
ผศ.ดร.ปราณี อยู่ศิริ
รองอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษ
140x140
รศ.รัตนา อัตตปัญโญ
คณบดีคณะเกษตรศาสตร์และทรัพยากรธรรมชาติ
140x140
ผศ.ดร.ฐิติรัตน์ เชี่ยวสุวรรณ
คณบดีคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
140x140
รศ.ทพ.ดร.คมสรรพ์ บุณยสิงห์
คณบดีคณะทันตแพทย์ศาสตร์
140x140
อาจารย์ ดร.ไพรัช ธีระชัยมหิทธิ์
คณบดีคณะนิติศาสตร์
140x140
อาจารย์ ดร.นพ.วิชัย เทียนถาวร
รักษาการในตําแหน่งคณบดีคณะแพทยศาสตร์
140x140
อาจารย์ ปราณี เทียมใจ
คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์
140x140
รศ.ดร.นุวัตร วิศวรุ่งโรจน์
คณบดีคณะเภสัชศาสตร์
140x140
รศ.ดร.สมบัติ นพรัก
รักษาการแทนคณบดี
คณะวิทยาการจัดการและสารสนเทศศาสตร์
140x140
รศ.ปรียานันท์ แสนโภชน์
คณบดีคณะวิทยาศาสตร์
140x140
ศ.ดร.นิสันต์ สัตยาศัย
คณบดีคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์
140x140
อาจารย์ เทอดศักดิ์ โกไศยกานนท์
คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์
140x140
รศ.พูนพงษ์ งามเกษม
คณบดีคณะศิลปศาสตร์
140x140
รศ.ดร.สมชาย ศรีสมพงษ์
คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และศิลปกรรมศาสตร์
140x140
รศ.มาลินี ธนารุณ
คณบดีคณะสหเวชศาสตร์
140x140
รศ.ดร.สมบัติ นพรัก
คณบดีวิทยาลัยการศึกษา
140x140
รศ.ดร.วัฒนพงศ์ รักษ์วิเชียร
คณบดีวิทยาลัยพลังงานและสิ่งแวดล้อม
140x140
รศ.ดร.เสรี วงษ์มณฑา
คณบดีวิทยาลัยการจัดการ
140x140
รศ.พรรณยุพา นพรัก
คณบดีคณะรัฐศาสตร์และสังคมศาสตร์
140x140
รศ.ดร.ชยันต์ บุณยรักษ์
ผู้อํานวยการโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยพะเยา
140x140
ศ(พิเศษ).ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี
รักษาการผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์และ
โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยพะเยา
140x140
รศ.ดร.บุษบง จำเริญดารารัศมี
ผู้ช่วยอธิการบดี
140x140
นายไพโรจน์ เทพวัลย์
ผู้ช่วยอธิการบดี
140x140
นายประทีป ต่ายใหญ่เที่ยง
ผู้ช่วยอธิการบดี
140x140
อาจารย์ จารุวรรณ โปษยานนท์
ผู้ช่วยอธิการบดี
140x140
อาจารย์ อุษณีย์ รัศมีวงษ์จันทร์
ผู้ช่วยอธิการบดี
140x140
อาจารย์ ดร.รัฐภูมิ พรหมณะ
ผู้ช่วยอธิการบดี
140x140
อาจารย์ ดร.ชลธิดา เทพหินลัพ
ผู้ช่วยอธิการบดี